เปลี่ยนบรรยากาศกับอาหารเปรูที่ Above Eleven และแอบเที่ยวบาร์ลับแบบ top secret ที่ Havana Social

Above Eleven
Above Eleven

ห่างหายจากการเที่ยวกลางคืนไปนาน เพราะเพื่อนฝูงในกลุ่มต่างก็ติดภารกิจหลายอย่าง กว่าจะรวมตัวกันได้ก็ปาเข้าไปก่อนสงกรานต์ ก็เลยถือโอกาสนัดรวมตัวท่องราตรีกันซะเลย ก่อนที่ต่างคนต่างแยกย้ายไปเที่ยวสงกรานต์กันตามอัธยาศัย ไหนๆก็ไหนๆแล้ว กว่าจะได้เจอกันทั้งที ควรต้องหาที่เที่ยวให้มันเจิดจรัสกันหน่อยนะคะ โดยน้องนุชคนสุดท้องที่เป็นสาวสวยของกลุ่ม ดำริว่าอยากชวนพี่ๆไปเที่ยวบาร์ลับสุดยอด สไตล์ speakeasy แบบฮาวานากันที่ Havana Social โดยกะว่าจะเจอกันซักใกล้ๆทุ่มนึง หาอะไรอร่อยๆรับประทานกันก่อน แล้วค่อยเดินมาหาดริ๊งค์ดื่มสวยๆกันที่ผับฮาวานา ฉันได้ยินแพลนสุดบรรเจิดนี้ก็ปิ๊งเลย เพราะวันก่อน เพื่อนสาวอีกนาง ก็เพิ่งไปงานเทศกาลอาหารฝั่งละตินอเมริกามา แล้วเกิดปลาบปลื้มอาหารเปรูมาก พอเสิร์ชหาโลเกชั่นก็ยิ่งปิ๊งใหญ่ เพราะต่างก็อยู่ในซอยสุขุมวิท 11 ด้วยกันทั้งคู่ แถมยังอยู่เยื้องๆแบบเดินถึงกันอีก ยิ่งมาคอนเซ็ปต์ละตินอเมริกาเข้าคู่กันอย่างนี้ ก็ต้องรีบจัดไปอย่าให้เสียนะคะ 😀

และก็ไม่ผิดหวังจริงๆค่ะ เพราะประทับใจมากกกก (ก ไก่ล้านตัว) ทั้งคู่เลย โดยจะขอแนะนำร้านแรก Above Eleven ก่อนนะคะ โดย Above Eleven เป็นร้านอาหารแนวฟิวชั่น เปรู ผสม ญี่ปุ่น (Peruvian-Japanese fusion) ที่ตั้งอยู่บนชั้น 33 ซึ่งเป็นชั้นบนสุด (rooftop restaurant) ของเซอร์วิสอพาร์ทเมนต์ที่ชื่อ Fraser Suites ในสุขุมวิท ซอย 11 ค่ะ การเดินทางมาก็ไม่ยาก ถ้ามารถไฟฟ้าก็ลงที่สถานีนานา เดินลงบันไดมาก็เจอปากซอยสุขุมวิท 11 พอดี จากนั้นก็เรียกใช้บริการพี่วินให้พาเข้าไปก็ได้ค่ะ เพราะถ้าเดิน ก็ไกลอยู่ อาจถึงขั้นเหงื่อซึม (จุดสังเกตก็คือตึกนี้จะอยู่ข้างหลัง Q Bar เก่าค่ะ ใครที่เป็นขาเที่ยวกลางคืนสมัยก่อน ต้องรู้จักดี) ถ้าขับรถก็ง่ายเลยค่ะ จะเข้าทางปากซอยสุขุมวิท 11 เลยก็ได้ หรือจะมาจากซอย 13 หรือ 15 หรือ 19 ก็ได้อีกเหมือนกัน เพราะซอยพวกนี้ สามารถทะลุถึงกันได้หมด อาคาร Fraser Suites จะอยู่เกือบสุดซอย ใกล้ทางแพร่งที่ทะลุซอยนานาได้ค่ะ แต่แทนที่จะเลี้ยวซ้ายไปนานา ก็ตรงขึ้นมานิดนึง ตึก Fraser Suites จะอยู่ขวามือ เลี้ยวขึ้นที่จอดรถได้เลยค่ะ สะดวกมาก พอจอดรถเสร็จ ก็ต้องเดินอ้อมจากล็อบบี้มาขึ้นลิฟต์อีกตัว เพื่อขึ้นไปห้องอาหารที่อยู่บนชั้น 33 อยากแนะนำให้มาก่อนพระอาทิตย์ตกนะคะ จะได้ทันมาดูท้องฟ้าเปลี่ยนสี สวยงาม ตื่นตาตื่นใจมากค่ะ

พอมาถึงแล้ว ก็ถ่ายรูปวิวซักหน่อย จะได้เข้ากับบรรยากาศ แสงสีของกรุงเทพยามราตรีนี่ช่างสวยงามจริงๆค่ะ ชอบมากเลย ❤

Processed with VSCO with s3 preset
We are above Bangkok at Above Eleven
Processed with VSCO with s3 preset
วิวกรุงเทพยามราตรี

ดื่มด่ำกับวิวกันพอประมาณ ก็เริ่มสั่งอาหารกัน จานแรก เป็น appetizer ที่ฉันรอคอยอยากชิมมานานมาก เพราะไปเห็นรายการเชลล์ชวนชิมของต่างประเทศเขาแนะนำมา บอกว่า ceviche ของเปรูนั้นฮ้อทฮิตมากที่อเมริกา มีร้านนึงที่ฮาวาย คนเข้าคิวยาวเหยียดต้ังแต่เปิดร้านเลย ขายดีจนเจ้าของร้าน (ที่เป็นเชฟด้วย) ต้องดำน้ำไปตกหมึกเองกับมือ (ขนาดนั้นเลยค่ะ)

image
Seafood Ceviche

พอลองทานแล้วก็ถึงกับร้องอ๋อ มันคือยำรวมมิตรทะเลของพี่ไทยเองล่ะค่ะ เพียงแต่ ceviche (อ่านว่าเซ-บี-เช่, cebiche) ของเปรู จะเน้นรสเปรี้ยวจากมะนาวโดดออกมาชัดเจนมาก เพราะเขาดองเนื้อปลา หรือเนื้อปลาหมึกในน้ำมะนาว (จะเรียกว่าเปรี้ยวนำไม่ได้ เพราะมันโดดออกมารสเดียวเลย) ตอนแรก ก็แหม่งๆอยู่นะคะ แต่พอทานคู่กับมันเทศ หอมซอย และพริก ที่ปรุงรวมกันอยู่ในจานแล้ว อร่อยลืม รสชาติจัดจ้านมากกกกกเลยค่ะ (เพียงแต่ของเขาไม่เผ็ดเท่าเรา) โดยเฉพาะหอมซอยของเขา สุดๆจริงๆ ทุกคนแย่งทานหอมซอยกันหนุบหนับ จนต้องขอหอมซอยเพิ่มหลายรอบ (น่าแปลกที่เขาดองจนหมดกลิ่นเลยนะคะ ไม่รู้ว่าปรุงยังไง แต่อร่อยจริงๆ) แนะนำเลยค่ะจานนี้ (สังเกต คือสั่งอาหารที่ติดดาวบนเมนูค่ะ จะไม่พลาดเลย)

ลืมบอกไปว่า ร้านนี้เขาเสิร์ฟอาหารเปรู แบบฟิวชั่นผสมญี่ปุ่น (โดย cuisine แบบนี้เขาเรียกว่า Nikkei) เกิดจากการที่มีคนญี่ปุ่นอพยพเข้าไปอยู่ในเปรูเยอะมาก ก็เลย develop อาหารของตนให้เข้ากับของเปรู จะได้รับประทานได้ถูกปาก (มิน่า ประเทศเปรูถึงได้มีนายกรัฐมนตรีที่มีเชื้อสายญี่ปุ่นอย่างนาย Alberto Fujimori นะคะ ฉันก็สงสัยมาตั้งนาน) ร้านนี้จึงมีซูชิแบบญี่ปุ่นเสิร์ฟด้วย แต่พวกเราไม่ค่อยสนเท่าไหร่ค่ะ อยากอิงไปทางเปรูมากกว่า

ถูกปากกับ ceviche มาแล้ว ฉันก็เกิดอยากชิมซ้อส chimichurri บ้าง (ที่คล้ายๆกับ Pesto sauce – Peruvian style) แต่เสียดายที่เขาเสิร์ฟมากับหัวใจวัว (จานนี้ก็จัดว่าเป็นจานเด็ดอีกจาน) สาวๆคณะเราไม่ทานเนื้อกันหลายคน ลองเปลี่ยนไปสั่งเห็ด portobello แทน ก็ไม่มีเห็ดอีก คราวนี้ก็เลยอด อาจต้องแวะมาลองใหม่คราวหน้า แต่ไม่เป็นไรค่ะ เราสั่งมาอีกหลายจาน อร่อยๆทั้งนั้น

จานนี้เป็นมันฝรั่ง มีชื่อว่า Causa เป็นจานเด็ดอีกจานเช่นกันค่ะ หน้าตาดูจืดๆ แต่จริงๆอร่อยมาก โดยวิธีรับประทาน คือตักมันฝรั่งออกมา แล้วคลุกกับซ้อสที่หยอดเป็นวงๆ ทั้งสองสีพร้อมกัน อร่อยฟินเลยค่ะ จานนี้ก็ติดดาวแนะนำอีกเช่นกัน

image
Causa

ส่วนจานนี้จะออกแนวกะหรี่ปั๊บไก่บ้านเรา แต่จะมีกลิ่นเครื่องเทศกับผักยัดไส้ที่แปลกออกไป ทานเพลิน แป๊บเดียวหมดเหมือนกันค่ะ เพราะซ้อสอร่อยมาก เสียดายจำชื่อไม่ได้ แต่บอกพนักงานได้ค่ะ

image

จานนี้สำหรับคนชอบแกะ เป็น lamb shank ที่เคี่ยวจนนุ่มแทบละลายในปากมาก ปรุงเนื้อแกะได้อร่อยเลิศเลอมากค่ะ ห้ามพลาดอีกเช่นกัน ยิ่งเอามาคลุกกับข้าว เหมือนข้าวสตูว์เนื้อแกะเราดีๆนี่เอง (แต่ของเขาทำอร่อยจริงๆ) จานนี้คือ everyone’s favorite ❤

image

จากนั้นก็มาลอง paella แบบเปรูกันบ้างนะคะ เรียกว่าข้าวผัดสเปนสไตล์เปรูก็ละกัน ผัดมากับอาหารทะเล แกล้มด้วยหอมซอยดอง อร่อยสุดๆไปเลย ไม่อยากบอกว่าอร่อยกว่า paella ของสเปนเยอะมาก เพราะมันจะออกแนวข้าวผัดซีฟู้ดของบ้านเรา ผสมข้าวผัดอเมริกันนิดๆ ยิ่งมาเจอหอมซอยด้วยแล้ว โต๊ะเราสั่งหอมซอยเพิ่มหลายรอบเลยค่ะ ทานคู่กันอร่อยอย่างบอกไม่ถูก สมควรลองมาก แนะนำอีกเช่นกันค่ะ 😀

สรุปว่าอาหารอร่อย ถูกใจพวกเราหมดทุกจานค่ะ จริงๆเขามีคอกเทลเสิร์ฟด้วย เพื่อนสั่งไปสองแก้ว แต่ถ่ายไม่ทัน มี pisco sour แก้วหนึ่ง ออกเปรี้ยวนำตามสไตล์เปรู ชื่นใจมาก แต่พวกเราอดใจไว้ เพราะกะจะไปดริ๊งค์ต่อที่ Havana Social ที่อยู่เยื้องๆกัน รับประทานเสร็จ ก็เช็คบิล และเดินข้ามถนนไปเที่ยวต่อกันเลย

image
อาหารอร่อย ถูกปากมาก ผ่านค่ะ

อิ่มอร่อยกันแล้ว ก็เดินลงลิฟต์เพื่อมาต่อกันที่ Havana Social จริงๆ สองร้านนี้เป็นเจ้าของเดียวกันนะคะ (มิน่า ไม่มีหลุดคอนเซ็ปต์เลย) พวกเราเลยสบาย เพราะพอถามยามที่อยู่หน้าตึก ยามก็ชี้บอกทางอย่างรู้งานมากโดย Havana Social จะอยู่ในตรอกเล็กๆ เยื้องไปทางซ้ายมือ ก่อนถึงทางเลี้ยวไปซอยนานาค่ะ ปากซอยเป็นโรงแรม Sun City Hotel ที่ติดไฟนีออนสีชมพู เด่นมาก (แต่ถ้าใครหลง เดินมาถามยามที่อยู่หน้าตึก Fraser Suites ได้เลยค่ะ) พอเดินเข้าซอยไปก็จะเห็นตู้โทรศัพท์เล็กๆที่เขียนว่า Telefono แบบนี้ค่ะ

image

ที่ต้องมีตู้โทรศัพท์ ก็เพราะบาร์นี้เป็นบาร์แบบ speakeasy คือเป็นบาร์ย้อนยุคไปประมาณ 70 กว่าปีก่อน ในฮาวานายุคก่อนคาสโตรเรืองอำนาจ ซึ่งก็ตรงกับอเมริกาในช่วง prohibition period (ยุคที่ห้ามขายเหล้า รวมถึงห้ามผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ด้วย) พอดี จึงเกิดบาร์ลับแบบ speakeasy ขึ้นมามากมาย จะเข้าไปดื่มก็ต้องทำแบบลับๆ ไม่งั้นจะโดนตำรวจจับ และที่ Havana Social นี่ก็เหมือนกัน เราเลยต้องเข้าไปในตู้โทรศัพท์เพื่อกดหาโค้ดลับ เพื่อเข้าบาร์กันค่ะ ตื่นเต้นแล้วล่ะ

image
ได้โค้ดลับแล้วค่ะ เข้าไปเที่ยวกันเลย

พอเข้าไปแล้ว ก็เหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในคิวบายุคก่อนคาสโตรจริงๆค่ะ คือมันเป๊ะ มันเริ่ด และเท่มากกกก พูดเลอ ตกแต่งออกมาแบบใช่ทุกอย่าง (ขนาดอัญเชิญเฮมิงเวย์มาประดับกันเลย) เก๋สุดๆละค่ะ ไอเดียชนะเลิศ เก่าและเก๋าได้ใจจริงๆ แนะนำเลยค่ะบาร์นี้ 🙂

image

image

พอได้ที่นั่ง พวกเราก็สั่งดริ๊งค์กัน ส่วนมากมีเหล้ารัมเป็นส่วนผสมหลักค่ะ เพราะไหนๆมาฺฮาวานาทั้งที่ จะมานั่งดื่มยินโทนิคอยู่ก็ใช่ทีนะคะ ทางร้านใช้ Bacardi Rum ซะเป็นส่วนใหญ่ ถ้าใครโปรดปราน Cuban rum มาที่นี่จะรักเลย ราคาแก้วละประมาณ 280 – 360 บาทค่ะ

image
Cheers!

ส่วนฉันสั่ง Hemingway มาดื่มที่เสิร์ฟพร้อมกับส้มโอฝานชิ้นเบ้อเริ่ม ราคาแก้วละ 280 บาท รสชาติดีมาก ชอบมากค่ะ

image
Hemingway

นั่งดื่มไปซักพัก เแบนด์ก็เริ่มเล่นเพลงละติน จังหวะ salsa สนุกสนานมากค่ะ เล่นเอาคนเริ่มนั่งไม่ติดกันแล้ว ออกมาวาดลวดลายเต้นซัลซ่ากันใหญ่ สนุกมาก เซ็กซี่มากด้วย ขอบอกว่า สาวๆละตินนี่สวยและเซ็กซี่จริงๆค่ะ ยิ่งเวลาเต้นรำจะยิ่งฮ้อตมาก พวกเราก็ออกไปแดนซ์ด้วยเหมือนกันค่ะ เอาพอขำๆ (ระหว่างนั้นก็แอบเหล่น้องโดม ปกรณ์ ลัม สุดหล่อไปด้วย 5555)

image
แบนด์เล่นเก่งมาก โดยเฉพาะคนเป่าแซกโซโฟน คือสุดๆค่ะ
image
very sexy dancer
image
เต้นเซ็กซี่มากค่ะ
image
the interior
image
บรรยากาศที่เคาน์เตอร์
image
with Papa Hemingway ก่อนกลับ

เรียกว่าเป็นค่ำคืนที่สนุกสนานอีกคืนหนึ่ง ทั้งอาหารอร่อย บรรยากาศดี บาร์ก็เริ่ดสุดๆ แบนด์เล่นได้ดีจริงๆ ร้อนแรงมาก พวกเรานั่งดื่มกันจนเกือบเที่ยงคืนก็กลับค่ะ เพราะยิ่งดึก คนยิ่งแน่น จนเริ่มไม่มีที่นั่งกันแล้ว ก็เลยตัดสินใจกลับดีกว่า จะได้ไม่กินที่คนอื่น ที่บาร์เขามีหมวกแบบฮาวานาให้ใส่เล่นเป็นพร็อพด้วยค่ะ พวกเราเลยโพสต์ท่าเป็นสาวคิวบันสนุกกันใหญ่ (จริงๆ แอบเอาซิการ์มาเป็นพร้อพด้วยค่ะ ถ่ายรูปกันกระจายมาก) ถ้าใครสนใจก็ขอแนะนำ ไม่ผิดหวังแน่นอนค่ะ 🙂

Cheers!

Note:  ที่ Above Eleven คนแน่นตลอดเวลา หากใครสนใจ ขอแนะนำให้โทร.จองโต๊ะล่วงหน้าค่ะ ไม่งั้นอาจมาเก้อได้ ส่วน Havana Social ไม่รับจองค่ะ ควรมาแต่เนิ่นๆเป็นดี เพราะยิ่งตกดึก คนจะยิ่งแน่น เปิดถึงตีสองทั้งสองร้านค่ะ

อ้อ ที่ Above Eleven มี dress code ด้วยนะคะ คือต้องแต่งกายสุภาพแบบ semi-casual สำหรับผู้ชาย ห้ามใส่เสื้อกล้าม กับ รองเท้าแตะเข้าร้านค่ะ

Above Eleven

33rd Floor, Fraser Suites Serviced Apartment

Suk่humvit 11

Tel: 083-542-1111

Operating hours: 18.00 – 02.00

 

 

Credit:  Above Eleven, Havana Social

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s