ล่องเรือเที่ยวยุโรปสุดประทับใจ (เวนิส)- Mediterranean Cruise Trip (3)

image
Murano Island

Venice – Day 3 เยี่ยมชมความงามของเกาะ Murano และ Burano

แน่นอนว่า เมื่อมาถึงเวนิสแล้ว ถ้าไม่นั่งเรือไปเที่ยวชมเกาะแก่งเล็กๆของเวนิส ก็เรียกว่าเสียเที่ยวเปล่านะคะ โดยเฉพาะ 2 เกาะที่มีชื่อเสียงโด่งดังอย่าง Murano และ Burano ที่ขึ้นชื่อในเรื่องของแก้วเป่าหลากสี และผ้าลูกไม้แบบแฮนด์เมดแท้ๆ ที่เป็นงานฝีมือสวยงามมาก เรียกว่าเป็น ไฟลท์บังคับของทุกคนที่มาเที่ยวเวนิสกันเลย ถ้าใครไม่มาถือว่าพลาดแล้วล่ะ (จริงๆมีเกาะ Lido อีกเกาะ ที่ใช้จัดงานเทศกาลหนัง แต่เราเอง เนื่องจากไม่ค่อยอินกับเทศกาลภาพยนตร์เท่าไหร่ เลยข้ามเกาะนี้ไป อีกอย่าง มาเที่ยวตอนหน้าหนาวแบบนี้ มันมืดเร็วมากค่ะ เลยอยากเอาเวลาไปเดินเที่ยวชมความงามของเกาะมูราโน่ กับ บูราโน่แบบเต็มๆดีกว่า)

คณะทัวร์สามแม่ลูกของเรา เลยรีบตื่นแต่เช้า เดินมาซื้อตั๋วเรือที่สถานีรถไฟ Santa Lucia ที่อยู่ใกล้กับโรงแรมกันเลย จริงๆก็นับว่าสะดวกมากนะคะ เดินจากโรงแรมแป๊บเดียว ไม่ถึง 2 นาที ก็ถึง โดยวันนี้ เราจะซื้อตั๋วเรือ แบบเหมาเที่ยวทั่วทั้งเกาะ (ซึ่งรวมทั้งภายในเกาะ และนอกเกาะด้วย) ที่เรียกว่า Venice Vaporetto Card แบบ 1-day travel card ที่ขายใบละ 20 ยูโรมาใช้กันค่ะ ดูราคาแล้ว แพงเอาเรื่องสมกับอยู่เวนิสเลยนะคะ เพราะฉะนั้น เพื่อความคุ้ม วันนี้ เราจะไม่เดิน แต่จะนั่งเรือเที่ยวเวนิสทั้งไป-กลับ เอาให้เบื่อกันไปเลย โดยตั๋วแบบนี้ เค้าจะตั้งบูธขายอยู่หน้าสถานีรถไฟ แค่บอกว่าจะไปไหน เขาก็จะให้คำแนะนำ พร้อมชี้แผนที่ให้เราดูเสร็จสรรพ ซึ่งสะดวกมากค่ะ เจ้าหน้าที่พูดภาษาอังกฤษได้ดีพอสมควร

พอซื้อตั๋วแล้ว ก็มาลงเรือที่ท่าเรือหน้าสถานีรถไฟได้เลยค่ะ แต่ก่อนจะลงเรือทุกครั้ง อย่าลืม validate ตั๋วก่อนนะคะ โดยแตะตั๋วกับเครื่อง Validate ที่อยู่หน้าสถานี แค่นี้ก็เรียบร้อย ไปไหนต่อไหนได้ทั่วเวนิสแล้วค่ะ

โดยจุดหมายแรกของเราก็คือเกาะมูราโน่ที่มีชื่อเสียงเรื่องแก้วเป่าหลากสีสัน ที่สวยงามมาก เราใช้เวลานั่งเรือไปนานพอสมควร (น่าจะราวๆ 40-45 นาที ก็ถึงเกาะนี้แล้ว) วันนี้ อากาศที่เวนิสหนาวเย็นเช่นเคย อยู่คงที่ที่ 10 องศาตลอดวัน เย็นกว่าเมื่อวานนี้อีก ยิ่งตอนนั่งเรือ ยิ่งหนาวเข้าไปใหญ่ มองเห็นท้องทะเลเวิ้งว้าง มีหมอกปกคลุมจางๆ สวยไปอีกแบบค่ะ ทะเล Adriatic หน้าหนาวนี่สุดแสนที่จะโรแมนติกดังเขาว่าจริงๆ จึงไม่น่าแปลกใจที่เวนิสเป็นต้นกำเนิดของเหล่าศิลปินชื่อก้องโลกหลายท่าน อย่างเช่น Vivaldi เพราะพอมาสัมผัสเอง ถึงได้เข้าใจเลยว่าทำไม Vivaldi ถึงได้ประพันธ์บทเพลง The Four Seasons ออกมาได้ไพเราะขนาดนี้ ก็เวนิสช่างงดงาม และมีเสน่ห์ได้ทุกฤดูจริงๆ ❤

Murano Island
Murano Island

พอเรามาถึง เกาะมูราโนในช่วงหน้าหนาวของวันนี้ ช่างต่างกับเกาะมูราโนในช่วงหน้าร้อน หรือฤดูใบไม้ผลิที่ฉันเคยสัมผัสมาอย่างลิบลับ ด้วยจำนวนนักท่องเที่ยวที่น้อยลงมากถึงขั้นบางตา บางร้านถึงกับปิดชั่วคราวเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย เพื่อเตรียมต้อนรับนักท่องเที่ยวในช่วงหน้าร้อนใหม่ แต่ถึงจะเงียบเหงาอย่างไร เกาะมูราโนก็ยังสวยเหมือนเดิม เราเดินเล่นไปรอบๆเกาะกันสักพัก ดูร้านรวงต่างๆที่ขายแก้วเป่ากันอย่างเพลิดเพลิน เรียกว่าเพลินจริงๆ เพราะมีแต่ของสวยๆงามๆทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นแชนเดอร์เลียร์สีชมพูที่สวยอลัง (เค้าผสมสีชมพูออกมาได้สวยสมคำร่ำลือจริงๆ เห็นแล้วแทบอดใจไม่ได้) แจกัน หรือแม้แต่เครื่องประดับต่างๆ อย่างเช่น สร้อยคอ สร้อยข้อมือ ล้วนแต่สวยงาม น่าซื้อไปหมดทุกสิ่งอย่าง ที่สำคัญคือ ดูทันสมัย และเก๋ไก๋กว่าเดิมเยอะมากค่ะ ❤ แต่คราวนี้ไม่ได้ช้อปอะไร เพราะติดที่ต้องไปอีกหลายที่ เลยไม่อยากมีภาระมาก อีกอย่างคราวที่แล้ว หมดเงินไปกับเครื่องแก้วมูราโนเยอะมาก คราวนี้เลยขอชมอย่างเดียวพอ (ไม่ได้เข้าไปชมโรงงานเป่าแก้วของเค้านะคะ เพราะไปมาแล้วเมื่อคราวก่อน พอเห็นเค้าทำแล้วอดใจไม่ไหว เผลอแป๊บเดียว กระเป๋าเบาไปเลย คราวนี้เลยระวังมากไม่อยากเจ็บตัวอีก T^T)

image

image

image

imageก่อนเราจะออกจากเกาะมูราโน เลยขอถ่ายรูปประติมากรรมแก้วเป่าสุดอลังที่เป็นสัญลักษณ์ของเมืองไว้เป็นที่ระลึกก่อนจากกันซักหน่อย ก่อนจะลงเรือไปเที่ยวเกาะบูราโนกันต่อ

งานประติมากรรมแก้วเป่าของ Murano
งานประติมากรรมแก้วเป่าของ Murano

จากมูราโน เราก็นั่งเรือต่อไปอีกไม่นาน ก็ถึงเกาะบูราโน เกาะที่เต็มไปด้วยบ้านเรือนหลากสีสัน และเป็นแหล่งผลิตผ้าลูกไม้แบบแฮนด์เมดแท้ๆ สวยงาม ฟรุ้งฟริ้งมากค่ะ เลิฟเลย 😀 พอขึ้นเกาะมา ก็เห็นร้านขายผ้าลูกไม้เต็มพรึ่ดไปหมด เลือกซื้อหาได้ตามชอบใจเลยค่ะ สนนราคาก็มีตั้งแต่หลักพัน ไปจนถึงหลักหมื่น มีทั้งผ้าพันคอ เสื้อ กระโปรง เดรส หมวก ผ้าปูโต๊ะ ผ้ารองจาน ละลานตาไปหมดค่ะ เห็นแล้วหลงรักเลย ฉันเอง อุดหนุนไปหลายผืนเหมือนกัน งานฝีมือของเขาละเอียดมากค่ะ และนับวันจะยิ่งหายากเข้าไปทุกที ทีแพงสุดคือผ้าลินิน หลักหมื่นขึ้นเลย แต่ถ้าเป็นผ้าเนื้อผสม ราคาก็จะลดหลั่นกันลงมา เลือกซื้อหาได้ตามกำลังทรัพย์ของเราได้เลยค่ะ 🙂

ถ่ายหน้าร้านขายผ้าลูกไม้
ถ่ายหน้าร้านขายผ้าลูกไม้

นอกจากผ้าลูกไม้ที่ขึ้นชื่อของเกาะนี้แล้ว ตัวบ้านเรือนหลากสีสันของ Burano เองก็โด่งดังไม่แพ้กัน เรียกว่าใครมาถึงก็ต้องกรูกันเข้าไปถ่ายรูปกันทุกคน เพราะสีสันของบ้านเรือนที่นี่น่ารักม้ากกกกกกกค่ะ นี่ขนาดมาหน้าหนาว สีดร้อปลงไปเยอะแล้วนะคะ ยังน่ารักขนาดนี้เลย ถ้าหน้าร้อน จะยิ่งสดใสขนาดไหน ถ้าใครมีโอกาสได้มาเที่ยว ขอให้ใช้เวลาที่เกาะนี้นานๆ ไม่มีเบื่อแน่นอนค่ะ

imageimage

image

และในระหว่างที่เรากำลังเดินเล่นชมเมืองกันอยู่นั้น เราก็เดินลึกเข้าไปเรื่อยๆ จนถึงจตุรัสที่อยู่ใจกลางเกาะ (จตุรัส Galuppi – Galuppi Square) ระหว้่างนั้นก็คุยปรึกษากันไปด้วยว่าจะทานอาหารที่ร้านไหนดี ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงทักเบาๆว่า “สวัสดีครับ” พอหันไปก็เห็นหนุ่มน้อยชาวไทยยืนส่งยิ้มให้เราอยู่หน้าร้านอาหารร้านหนึ่ง เลยไม่ต้องเถียงกันต่อแล้ว ว่าจะทานอาหารกลางวันที่ไหนกันดี เรามาทานกันที่ร้านที่มีหนุ่มน้อยชาวไทยคนนี้ทำงานอยู่ดีกว่า ยังไงก็ได้อุดหนุนคนไทยด้วยกัน พอเดินเข้าไปถึงได้ทราบว่า ร้านอาหารอิตาเลียนที่ชื่อ Restaurant Galuppi ร้านนี้มีเจ้าของเป็นคนไทย ชื่อคุณวัลภาค่ะ เธอแต่งงานกับสามีชาวอิตาเลียน เลยมาเปิดร้านอาหารที่เกาะบูราโน่แห่งนี้ อาหารอร่อยมากค่ะ แค่ได้เห็นคนไทย ได้พูดภาษาไทยกันกระจาย แค่นี้ก็ดีใจน้ำตาเล็ดแล้ว วันนั้น คุณวัลภา เธอแนะนำให้ทาน Spaghetti Seafood ผัดแบบแซ่บๆหน่อย กับ Seafood salad ที่แถมน้ำจิ้มแจ่วสุดแซ่บมาเอาใจคนไทยห่างบ้านอย่างเราด้วย อร่อย ฟินมากกกกค่ะ พูดเลย (เรียกว่าน้ำสลัดใสแบบอิตาเลียนนี้ชิดซ้ายตกคลองไปเลย เมื่อเจอน้ำจิ้มแจ่วของพี่ไทยเข้าไป 😉 ) อาหารทะเลของร้านนี้สดมากค่ะ ถ้าใครได้ไปเที่ยวบูราโน่ อย่าลืมแวะไปอุดหนุน Restaurant Galuppi กันนะคะ ทั้งพนักงาน เจ้าของร้าน น่ารักมาก บริการดีมากค่ะ จุดสังเกตคือ ร้านนี้จะเป็นร้านเดียวที่มีรูปปั้นพระเยซู กับพระแม่มารีอยู่บนระเบียงร้านเลยค่ะ

Spaghetti Seafood
Spaghetti Seafood
Seafood Salad
Seafood Salad
น้ำจิ้มแจ่วสุดแซ่บ
น้ำจิ้มแจ่วสุดแซ่บ
ถ่ายกับคุณวัลภาหน้าร้าน
ถ่ายกับคุณวัลภาหน้าร้าน

หลังจากอิ่มอร่อยฟินกันไปแล้ว เราก็เดินข้ามถนนเพื่อไปถ่ายรูปกับบ้านของคุณลุง Bepi (Bepi’s House) ที่เรียกได้ว่าเป็น The most colorful and famous house in Burano ซึ่งก็สีสันจัดจ้านจริงสมคำร่ำลือค่ะ บ้านน่ารักม้ากกกกก ทาสีเป็นรูปทรงเรขาคณิตหลากหลายแบบ เก๋สุดๆ พอมาถึง ก็ต้องถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกันซักหน่อย (บ้านคุณลุง Bepi นี่อยู่ในซอยตรงข้ามกับร้านอาหารพอดีเลยค่ะ สีจัดขนาดนี้ ไม่มีหลงแน่นอน)

In front of Bepi's House
In front of Bepi’s House

หลังจากนั้นก็เดินเล่นย่อยอาหารกันชิลล์ๆไปรอบๆเกาะ เพลินมากค่ะ เกาะนี้มีแมวเยอะด้วย ทาสแมวอย่างฉันปลื้มมากค่ะ โดยเฉพาะเจ้าเหมียวอ้วนตัวนี้ ท่าทางเป็นแมวเซเลปน่าดู เพราะมีแต่คนอยากเล่น อยากถ่ายรูปด้วย โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นที่ดูจะเลิฟนางมากเป็นพิเศษ น่ารักมากค่ะ แมวของใครก็ไม่รู้

แมวเซเลปประจำเกาะ
แมวเซเลปประจำเกาะ

เราเดินเล่นกันต่อจนถีงบ่ายแก่ๆ ก็สมควรแก่เวลาที่ต้องนั่งเรือกลับเวนิสกันแล้ว (เหมือนเรือจะออกทุกๆครึ่งชั่วโมงนะคะ ถ้าจำไม่ผิด) โดยเรือนี้จะผ่านบริเวณที่เป็นสุสานของเมืองด้วยค่ะ พอกลับถึงเวนิส ก็ค่ำแล้ว (จริงๆแค่ 5 โมงเย็นเองค่ะ แต่ว่าหน้าหนาว มืดเร็ว) เราเลยนั่งเรือต่อไป San Marco Square อีกรอบ จะได้ชมความงามของจตุรัสนี้ยามค่ำคืน ซึ่งก็สวยงาม ตราตรึงใจไปอีกแบบ

image

image

เสร็จแล้วก็เดินเลาะออกทางด้านหลังตรง Caffe Florian ไปแถวๆโรงแรม The Bauer สุดหรูเพื่อไปกราบขอพรแม่พระที่โบสถ์ San Moise ตรง Campo San Moise ที่เป็นโบสถ์ในยุคบาโรคที่สวยวิจิตรมากค่ะ (เสียดาย ไปตอนมืดแล้ว เลยไม่ได้ถ่ายรูปมาค่ะ เพราะมันมืดจริงๆ) จากนั้น ก็เดินเล่นดูของหรูๆแถวนั้นซักหน่อย ถ้าใครชอบของแบรนด์เนม ตรงนี้มีหมดเลยค่ะ ตั้งแต่ Chanel, Hermes, Gucci, Prada, LV เพลิดเพลินเจริญใจมากค่ะ จากนั้นเราก็เดินย้อนกลับขึ้นมาตรงร้าน Gucci เก่า เพื่อมาทานอาหารที่ร้าน Deli ร้านโปรดของเราก่อนจากลา เป็นร้าน Deli เล็กๆที่ดูดี และขายอาหารจำพวกสแน็คที่อร่อยมาก ทั้ง Gelato, Cannoli แนะนำเลยค่ะ โดยเฉพาะ Smoked Salmon Sandwich ที่ให้แซลมอนมาแบบปลิ้นมาก อิ่มแทบจุก ที่สำคัญราคาไม่แพง ชื่อร้าน ฺBar al Leon (เขามี FB page ด้วยน้า) ถ้าใครมาเวนิส แล้วอยากอิ่มท้องแบบประหยัด มาร้านนี้ได้เลยค่ะ พนักงานก็น่ารักอีกเช่นกัน 😉

Bar al Leon
Bar al Leon

เสร็จแล้วก็สมควรแก่เวลาที่เราจะกลับไปโรงแรม คงต้องถึงเวลาแพ็คกระเป๋า เตรียมเดินทางกันอีกรอบ เพราะพรุ่งนี้เราก็จะจากเวนิสแสนสวยของเราไปแล้ว เพื่อไปขึ้นเรือที่โรม ที่เมืองท่า Civitavecchia กันค่ะ คงต้องร่ำลาเวนิสด้วยความคิดถึงแต่เพียงเท่านี้ แล้วพบกันใหม่คราวหน้านะคะ ❤

Ciao!

อ่านตอนก่อนหน้านี้ได้ที่นี่ค่ะ

ล่องเรือเที่ยวยุโรปสุดประทับใจ (เวนิส) – Mediterranean Cruise Trip (1) 

ล่องเรือเที่ยวยุโรปสุดประทับใจ (เวนิส) – Mediterranean Cruise Trip (2)

อ่านตอนตอนไปได้ที่นี่ค่ะ

ล่องเรือเที่ยวยุโรปสุดประทับใจ (เวนิส – โรม) – Mediterranean Cruise Trip (4)

ล่องเรือเที่ยวยุโรปสุดประทับใจ (ฟลอเรนซ์ – ปิซ่า) – Mediterranean Cruise Trip (5)

ติดตามอ่านที่เขียนมาทั้งหมดได้ที่นี่ค่ะ ล่องเรือเที่ยวยุโรปสุดประทับใจ 18 วันการไปเที่ยวอิตาลี ฝรั่งเศส สเปน และโมนาโค

Advertisements

3 thoughts on “ล่องเรือเที่ยวยุโรปสุดประทับใจ (เวนิส)- Mediterranean Cruise Trip (3)

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s