Great Italian Lunch at Jojo, The St. Regis Bangkok

IMG_0865

**อ่านรีวิวอัพเดทล่าสุดของห้องอาหารนี้ได้ที่นี่ค่ะ  Dinner at Jojo, St. Regis Bangkok once again …  เพิ่งไปใช้บริการเมื่อเดือนกรกฎาคม ปี 2015 นี้เอง**

เมื่อเดือนที่แล้ว ได้มีโอกาสไปลิ้มลองอาหารอิตาเลียนของโรงแรมระดับ 6 ดาวที่ The  St. Regis Bangkok มาค่ะ เพราะสืบเนื่องจากความประทับใจในรสชาติอาหารของโรงแรมนี้ครั้งที่เคยไปชิมตอนที่โรงแรมเปิดใหม่ๆเมื่อสองปีก่อน ตอนนั้นรู้สึกประทับใจในคุณภาพของวัตถุดิบที่ใช้ทำอาหารมาก แต่รู้สึกว่าด้วยความที่เป็นโรงแรมเพิ่งเปิดใหม่ คุณภาพของอาหารยังไม่ค่อยคงที่อยู่บ้าง จานไหนอร่อยก็อร่อยเลิศไปเลย จานไหนธรรมดา ก็ธรรมดาเกินแบบไม่ค่อยคุ้มกับราคา ก็เลยห่างๆไป พอดีช่วงนี้เริ่มว่างประจวบกับโรงแรมจัดโปรโมชั่นน่าลอง ก็เลยต้องขอหวนกลับมาลองซักหน่อย พอได้ทานก็รู้สึกประทับใจนะคะ

วันที่ไป คือไปทาน luch buffet แบบ The Great Big Italian Lunch ที่ทางโรงแรมจัด เป็นบุฟเฟต์อาหารอิตาเลียนแบบจัดเต็มมีทั้ง antipasti, pasta, cold cuts, barbecue และขนมหวานต่างๆนานา พอก้าวเข้าไปก็รู้สึกประทับใจเลยค่ะ ชอบการตกแต่งของห้องอาหารนี้มาก รู้สึกว่ามันเริ่ดสุดๆเลยล่ะ ทั้งโอ่โถง สมัยใหม่ แต่ก็ดูอบอุ่น สบายๆ เหมาะที่จะมากับครอบครัว หรือไม่ก็เดทสำคัญ ได้หมดเลยค่ะ ประทับใจการตกแต่งมาก ขอโหวตให้เป็นห้องอาหารอิตาเลียนที่ตกแต่งได้สวยที่สุดในกรุงเทพไปก่อนเลย (ขนาด Biscotti ที่ว่าสวยแล้ว ส่วนตัวว่ายังสวยสู้โจโจ้ไม่ได้เลย) ส่วนเรื่องการบริการก็ดีมากค่ะ พนักงานน่ารักทุกคน เอาใจใส่ตลอดเวลา วันที่ไป ได้ไปกับคุณแม่ ก็จะมีพนักงานเดินมาคอยถาม คอยให้บริการถึงที่โต๊ะตลอด

เรื่องการตกแต่ง กับบริการผ่านฉลุยแล้ว คราวนี้ก็ถึงส่วนสำคัญที่สุด ก็คืออาหารบ้าง พอได้ที่นั่ง ฉันก็เริ่มเดินสำรวจดู station ต่างๆก่อน ทางโรงแรมจัดวางอย่างพอเหมาะพอเจาะมาก กำลังพอดีๆ ไม่มากเกินไป (ตอนแรกดูเหมือนน้อยไป แต่พอเอาเข้าจริงๆกลับทานไม่หมด) ฉันเลยเริ่มจาก antipasti station ก่อนละกัน ที่ตักมาเป็นเป็ดอบ อาร์ติโชคราดน้ำส้ม ผักย่าง และก็ Beef carpaccio ตามรูป 🙂

IMG_0856

จากประสบการณ์ที่เคยได้คลุกคลีกับผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารระดับนานาชาติ เค้าเคยกระซิบบอกเคล็ดลับว่า เวลาคุณไปทานอาหารอิตาเลียน ถ้าร้านไหนทำ beef carpaccio ผ่านถือว่าร้านนั้นผ่าน เพราะฉะนั้น คำแรกที่ฉันตักเข้าปากก็แน่นอนว่าต้องเป็น beef carpaccio ค่ะ ซึ่งก็ผ่านฉลุย (แต่ระดับนี้ ถ้าไม่ผ่านอาจถึงขั้นต้องปิดโรงแรม อิอิ) ส่วนเป็ดก็เนื้อนุ่ม รสชาติกลมกล่อมมากค่ะ ประทับใจ

พอเสร็จจากจานนี้ ก็เดินต่อมายัง station ถัดไปซึ่งเป็น pasta ก็เป็นสเตชั่นเล็กๆอีกตามเคย มีให้เลือกไม่มาก วันนั้นมีแต่หอยลายกับหอยแมลงภู่ให้เลือก ส่วนเส้นก็เป็นเพนเน่ กับสปาเก็ตตี้ธรรมดา ซอสก็แน่นอนว่าต้องมีครีมซอส ซอสมะเขือเทศ หรือไม่ก็น้ำมันมะกอกผัดกับกระเทียม เห็นตอนแรกบอกตรงๆว่าผิดหวังหน่อยๆ ไม่นึกว่ามันจะธรรมดาอย่างนี้ ไปตามงานแต่งงานยังเลือกได้เยอะซะกว่า ก็เลยเลือกเส้นเพนเน่ กับหอยลาย ผัดกับซอสครีมส่งๆไป (แถมกำชับว่าช่วยใส่ไวน์ขาวให้ด้วย – จะได้คุ้มๆหน่อย ฮาๆ) และผลก็ออกมาเป็นแบบนี้ค่ะ

So simple dish but exquisitely delicious!
So simple dish but exquisitely delicious!

พอตักเข้าไปคำแรก อร่อยมากๆๆๆๆเลย อร่อยจนตกใจว่าทำไมถึงได้อร่อยอย่างนี้ ทั้งๆที่เป็นพาสต้าที่แสนจะธรรมดาบ้านๆมาก แต่ได้รสชาติของครีม น้ำหอยลาย และไวน์ขาวผสมผสานกันอย่างลงตัวที่สุดเลยค่ะ เป็นจานที่ประทับใจมาก หลังจากจานนี้ก็เลยหันมาลองสเตชั่นฝั่งตรงข้ามบ้าง มีทั้ง Lasagna, poached salmon เนื้อสเต้ก ซึ่งก็อร่อยสุดๆเหมือนกัน ปลาแซลมอนสดมากๆๆ ชิ้นใหญ่บึ้ม แต่คุณแม่เห็นจะโปรดปรานลาซานญ่ามากกว่า พอทานเสร็จก็บังเอิญเหลือบไปเห็น Tuna carpaccio ก็เลยต้องขอลองชิมดูซักหน่อย ว่ารสชาติจะเป็นยังไง

Tuna Carpaccio
Tuna Carpaccio

ผลปรากฎว่าอร่อยมากค่ะ เนื้อปลาทูน่าสด และหวานมาก ตัดกับรสเปรี้ยวของน้ำมะนาวในเดรสซื่ง ผสมกับเคเปอร์สสับ หอมแดงสับ สดชื่นมากๆค่ะ ลงตัวสุดๆ หลังจากนั้นก็มาถึงของโปรด ซึ่งก็คือพิซซ่านั่นเอง เห็นเชฟกำลังนวดแป้งง่วนอยู่ ก็เลยโฉบเข้าไปดู ปรากฏว่าเราสามารถสั่งหน้าได้ตามชอบใจ อยากทานหน้าอะไรสั่งได้เลยค่ะ เชฟน่ารักมาก อบให้สดๆตรงนั้นเลย ก็เลยได้มา 4 หน้า เป็น Parma ham กับ mascarpone cheese, margherita, 4 cheeses, truffle pizza ตามรูปเลยค่ะ

4 cheeses ชีสเยิ่มอร่อยสุดๆ
4 cheeses ชีสเยิ้มอร่อยสุดๆ

แต่ที่ชอบสุดๆก็คือจานนี้ค่ะ truffle pizza เป็นเห็ดทรัฟเฟิลโรยหน้าพิซซ๋ามาเองเลย รสชาติออกเค็มนิดๆ แต่ก็อร่อยมาก ปลื้มมากค่ะ

Truffle pizza
Truffle pizza

หลังจากจานนี้ก็รู้สึกอิ่มมาก ทานต่อไม่ไหวแล้ว จริงๆยังมีสเตชั่นสลัด กับบาร์บีคิว เลยต้องขอผ่าน ระหว่างทานพิซซ่า เชฟก็น่ารักมาก เดินเข้ามาถามว่ารสชาติถูกปากมััย เราเลยดึงตัวมาถ่ายรูปกับคุณแม่ซะเลย

With Chef Carlo
With Chef Carlo

ชักเริ่มอื่มมากแล้ว และก็คงต้องถึงของหวานซักที มีให้เลือกมากมายจริงๆค่ะ แต่ไม่ได้ถ่ายมาเพราะมัวแต่อิ่ม ส่วนมากเป็นเค้กหลากหลายชนิด ตกแต่งได้สวยงามน่าทานมาก แต่เนื้อเค้กจะค่อนข้างหนักแบบเนื้อเค้กฝรั่งนะคะ คนที่ชอบทานเนื้อเค้กนุ่มๆแบบเค้กญี่ปุ่นอาจไม่ค่อยถูกใจ แต่ฉันชอบมากค่ะ ตักทานไปหลายชิ้นแต่ที่ประทับใจที่สุดต้องเป็นของหวานถ้วยเล็กๆถ้วยนี้ค่ะ อร่อยมาก ขอให้คะแนนความคิดสร้างสรรค์ชนะเลิศ 🙂

White wine jelly and gold leaves
White wine jelly and gold leaves

อร่อยจริงๆค่ะ หอมไวน์ขาวอบอวลมาก ทานไปได้ 3 ถ้วยจนเริ่มมึน ก็เลยต้องปิดฉากการทานลันช์อันแสนประทับใจไว้ตรงนี้ พูดได้เต็มปากว่าอร่อยทุกอย่าง แม้อาหารที่มีให้จะไม่ได้หรูหรามาก แต่ก็อร่อยอย่างไม่เสียชื่อโรงแรมระดับนี้เลยค่ะ ส่วนตัวชอบมาก ถูกปากมากค่ะ อร่อยจนคิดว่าต้องหาโอกาสมาทาน a la carte ของเขาอย่างเป็นเรื่องเป็นราวบ้างแล้วล่ะ

Jojo อยู่ชั้น 1 โรงแรม The St. Regis Bangkok อยู่ตรงข้ามกับร้านอาหารญี่ปุ่นสุดแพง Zuma พอดี สำหรับโปรโมชั่นนี้ 1,200 บาท ++ ต่อคนค่ะ ถ้ามีบัตร SPG card ก็ได้ลดอีก 15% ถ้าใครสนใจก็ลองดูได้นะคะ

Bon Apetit!

Advertisements

2 thoughts on “Great Italian Lunch at Jojo, The St. Regis Bangkok

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s